Hong Kong Day 3

วันนี้ขออนุญาตนำเสนออาหารอร่อยๆอีกสักวัน เพราะพรุ่งนี้เราก็จะกลับไทยกันแล้ว.. เว็บโอฮอปก็จะกลับเข้าสู่สภาพปกติซะที.. ปกติแล้วถ้ามาฮ่องกงกับแม่ เรามักจะทานอาหารเดิมๆเช่น โจ๊ก โจ๊ก โจ๊ก และก็โจ๊กกัน.. แต่มาคราวนี้ต้องตามใจคุณไกด์ทั้งสองที่คอยดูแลเทคแคร์ และที่สำคัญคอยเป็นห่วงเป็นใยเรื่องอาหารการกินยังกับว่าเป็นแม่ที่คอยตามจิกลูกๆเหลือเกิน.. เราทานมื้อนึงเพิ่งเสร็จก็จะมีคำถามมาว่า อีกมื้อจะทานอะไร.. โอ้โห.. ไม่อยากบอกว่าอาหารที่เพิ่งทานไปขึ้นมาถึงคอแล้ว..

เมื่อคืน หลังจากทานมื้อเย็นและเดินเล่นเสร็จ เราต่างก็แยกย้ายกับไกด์ ให้ไกด์ของเรากลับไปพักผ่อน.. (แอบเห็นใน facebook ของไกด์ Bonny บอกว่า เหมือนไปปีนเขามา 7 ชั่วโมงเมื่อวานนี้ แต่แค่เดินอยู่ในเมือง 555) เมื่อไกด์กลับถึงบ้านก็ sms มาว่า พรุ่งนี้จะทานอะไรกันดี.. หัวยังไม่ทันแตะหมอนเราก็ต้องคิดว่าต้องทานอะไรในมื้อเที่ยงของวันรุ่งขึ้นแล้วหรือเนี่ย.. ตากล้องได้แต่ตอบกลับไปว่า ตอนนี้ไขมันจุกสมองจนคิดไม่ออกว่าจะกินอะไรแล้ว พรุ่งนี้ค่อยว่ากันนะ..

ตื่นเช้ามาวันนี้ตากล้องเลยขอข้ามอาหารเช้าของโรงแรมไปสักวัน เหตุผลแรกคือ ง่วงมาก.. เหตุผลที่ 2 คือ.. วันนี้ต้องกินอีกเยอะแน่.. ไม่ทันจะเที่ยงดีก็ได้รับข้อความจากไกด์เบอร์ 2 ว่า.. บ่ายนี้ไปกินติ่มซำกันมั้ย มีเวลาพักจากงาน เจอกัน 13:30 ที่ Windsor Plaza ชั้น 5 ที่เดิม..

ร้าน Cheers Restaurant เป็นร้านติ่มซำประจำของเราตั้งแต่ Fiona พามาทานเมื่อหลายปีก่อน และก็เป็นร้านติ่มซำที่อร่อยที่สุดในแถบนี้.. ดูจากโต๊ะอาหารหลายสิบโต๊ะที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย..

ตากล้องกำชับ Fiona ก่อนมาว่า ห้ามสั่งเยอะไม่งั้นจะไม่มากินด้วย.. ได้คำตอบกลับมาว่า จะพยายาม.. (!?) แต่เราก็พากันมานั่งกันหน้าสลอนอยู่หน้าเข่งติ่มซำทั้งหลาย.. ยังดีที่ Fiona ยอมตามใจเราและให้อำนาจในการสั่งกับเราเต็มที่ เราเลยได้ทานตื่มซำเด็กๆ ตามรูป

ติ่มซำ
ติ่มซำชุดเด็ก ฮะเก๋า ขนมจีบ ซาลาเปา 

ก๋วยเตี๋ยวหลอดขาดไม่ได้

ก๋วยเตี๋ยวหลอดไส้กุ้ง
ก๋วยเตี๋ยวหลอดไส้กุ้ง

เรายอมให้ Fiona สั่งขนมมาให้ลอง 1 อย่าง นั่นก็คือ โหลยซานทองหยืน ซึ่งก็คือขนมโมจิไส้งาดำโรยด้วย(น่าจะเป็น)น้ำตาลทรายแดง อร่อยมากกกกกกกกกก ถึงขนาดต้องจดชื่อมันไว้เลย

ขนมอะไรสักอย่างที่อร่อยมาก
ขนมโมจิไส้งาดำ

หลังจากแยกจากไกด์  FiFi แล้ว เราก็เดินเล่นกันต่อ.. เหมือนเวลาผ่านไปไม่นาน.. เราได้รับอีกข้อความว่า.. เย็นนี้อยากทานอะไร.. อาหารเสฉวน หรืออยากทานอาหารรสจัด เผ็ดๆ หรือจะทานกวางตุ้งดี.. ไอ้หย่า!!! (ต้องอุทานออกมาเป็นสำเนียงจีน) ลื้อไม่ให้อั๊วย่อยเลยหรือไง..

ขอเล่าให้ฟังคร่าวๆว่า เพื่อนทั้ง 2 คนนอกจากจะเทคแคร์อย่างดีแล้ว ยังไม่ยอมให้ออกค่าอาหารอีกด้วย.. จนบางครั้งต้องมีการปะทะกันนิดหน่อยก่อนจ่ายเงิน.. เมื่อมาถึงมื้อนี้เราเลยขอทานอะไรง่ายๆ พื้นๆ ประมาณข้าวหมูแดงหมูกรอบ แกล้งไกด์เล่น เพราะท่าทางคุณไกด์อยากเลี้ยงอาหารมื้อใหญ่.. พอรู้ว่าเราอยากทานแค่ข้าวหมูแดงเลยรู้สึกขัดใจ.. และชี้หน้าแบบรู้ทัน.. ฮ่ะฮ่า

เอาซี้.. ถ้าอยากจ่ายก็จ่ายไป..

แต่จริงๆเราก็อยากทานหมูแดงอยู่แล้วนั่นแหละ ไม่งั้นจะเรียกว่ามาถึงฮ่องกงได้ยังไงถ้ายังไม่ได้ทาน หมูแดง.. เพื่อนไกด์เลยพามาร้าน Tai Hing ที่ขึ้นชื่อเรื่องหมูแดง หมูกรอบ เป็ดย่าง.. ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมนัก..

หมูแดงหมูกรอบ
หมูแดงหมูกรอบ

เราสั่งอาหารจานหลักของร้าน เช่น หมูแดง หมูกรอบ เป็ดย่าง

เป็ดย่าง
เป็ดย่าง

หมูเปรี้ยวหวาน

หมูเปรี้ยวหวาน
หมูเปรี้ยวหวาน

แต่ระหว่างทางที่เดินมานั่งที่โต๊ะ เราแอบชำเรืองมองดูว่าโต๊ะอื่นเค้าทานอะไรกัน ก็พบว่า ทุกโต๊ะจะต้องมีสิ่งนี้…. หม้อดินหม้อใหญ่ที่มีผัดผักบุ้งไฟแดง.. ก็เลยลองสั่งมาทานด้วย.. พอได้ทานก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย.. มันคล้ายผักบุ้งไฟแดงบ้านเรามาก.. แต่มีรสชาติเค็มๆคล้ายๆกับผัดกับปลาเค็มแต่ไม่ใช่.. พอไกด์เห็นหน้าตาสงสัยของเราเลยพูดขึ้นว่า Shrimp paste เราเลยถึงบางอ้อ… หรือต้องอุทานว่า กั๋มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมอาาาาาาาา….. (ศัพท์ใหม่ที่ได้ยินจากชาวฮ่องกง 555) Shrimp paste ก็คือกะปิดีๆนี่เอง.. พอผัดกับผักบุ้งไฟแดงเลยได้รสชาติที่กลมกล่อมกำลังดี.. ทานกับข้าวร้อนๆ อร่อยน่าดู..

ผักบุ้งไฟแดง
ผักบุ้งไฟแดง

ที่ขาดไม่ได้ของร้านนี้คือ ชาเย็นที่แก้วอยู่ในถ้วยที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งอีกที.. ต้องยกนิ้วให้เค้าเลย

ชาเย็น
ชาเย็น

และสุดท้าย.. ขอลาไปด้วยภาพถ่ายโต๊ะอาหารที่เรานั่งทาน.. เป็นไอเดียดีๆที่อยากเก็บไปทำบ้าง.. ลิ้นชักใส่ช้อนส้อมใต้โต๊ะอาหาร.. ทำให้โต๊ะไม่รกและสะดวกเมื่อต้องการหยิบช้อนส้อม..

ไอเดียโต๊ะอาหาร
ไอเดียโต๊ะอาหาร

สำหรับวันนี้ขอลาแต่เพียงเท่านี้นะคะ.. พรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายก่อนบินกลับเมืองไทย.. เจอกันวันอาทิตย์ค่ะ ใครมาที่ร้านได้ก็แวะมากันนะ.. มีสินค้าให้เลือกซื้อเยอะเลย.. รับรองถูกใจแน่ๆ

ปิดโหมดสีเทา